ความฉลาดรู้ทางเอไอเพื่อสุขภาวะครอบครัวยุคดิจิทัล
MU-OP
คำอธิบายรายวิชา
มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะ "ปัญญาส่งเสริม" (augmented intelligence) เพื่อยกระดับสุขภาวะของสมาชิกในครอบครัว ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยยึดหลักการให้ "มนุษย์อยู่ในวงจรการตัดสินใจ" (Human-in-the-loop) และการตรวจสอบข้อมูลแบบ "ไม่วางใจเป็นฐาน" (zero trust verification) เพื่อความปลอดภัยและจริยธรรมข้อมูล
เกี่ยวกับรายวิชา
| ชื่อรายวิชา (ภาษาไทย): | ความฉลาดรู้ทางเอไอเพื่อสุขภาวะครอบครัวยุคดิจิทัล |
|---|---|
| ชื่อรายวิชา (ภาษาอังกฤษ): | AI Literacy for digital family wellbeing |
| คณะ/ส่วนงานผู้พัฒนารายวิชา: | สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล |
| จำนวนชั่วโมงการเรียนรู้ทั้งหมด: | 5 ชั่วโมงการเรียนรู้ |
| จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์/ครั้ง: | 1 ชั่วโมง |
| ประเภทวิชา: | Health Literacy, Science and Environmental Literacy |
| ระดับของเนื้อหารายวิชา: | ขั้นกลาง |
| รูปแบบการเรียน: | เรียนด้วยตนเอง (self-paced) |
| ภาษาที่ใช้: | ภาษาไทย |
| Subtitle: | ภาษาไทย |
| กลุ่มเป้าหมาย: | บุคคลทั่วไป ภาคเอกชน หรือผู้บริหารองค์กร |
| คุณสมบัติผู้เรียน: | ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับสุขภาพและสุขภาวะ: มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยทั่วไปในครอบครัว (เช่น อาการเจ็บคอ หรือการดูแลสุขภาพพื้นฐาน) เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้จาก AI เข้ากับบริบทชีวิตจริงได้ ทัศนคติแบบเปิดกว้าง มีความพร้อมในการปรับเปลี่ยนมุมมองจากการใช้เทคโนโลยีแบบเดิม ไปสู่การใช้ AI ในฐานะ "ปัญญาส่งเสริม" (augmented intelligence) ที่มาช่วยขยายขีดความสามารถของมนุษย์ |
| ทักษะด้านเทคโนโลยีที่จำเป็น: | ทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตขั้นพื้นฐาน รวมถึงความคุ้นเคยกับ AI หรือ Generative AI เบื้องต้น (เช่น ChatGPT, Gemini หรือ Chatbot) |
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
- LO1: อธิบายบทบาทของ AI ในฐานะเครื่องมือขยายขีดความสามารถมนุษย์แทนการทดแทนบุคลากร
- LO2: ระบุข้อจำกัดทางเทคนิคและปรากฏการณ์ข้อมูลหลอน พร้อมประยุกต์ใช้หลักการ zero trust
- LO3: ออกแบบคำสั่ง (prompt engineering) ผ่านโครงสร้าง 5 เสาหลัก และเทคนิค Chain-of-thought
- LO4: วิเคราะห์คัดกรองข้อมูลสุขภาพกายและใจตามระบบ Triage (เขียว-เหลือง-แดง) และบริบทเฉพาะบุคคล
- LO5: ปฏิบัติตามหลักจริยธรรมข้อมูล (PHI exclusion) และรักษาบทบาทให้คำแนะนำในการตัดสินใจ
ผู้เรียนได้รับประกาศนียบัตรอิเล็คทรอนิกส์ เมื่อผ่านการวัดผลทั้งหมด และได้ผลการประเมินเกิน 60% ขึ้นไป
อาจารย์ผู้สอน
อาจารย์แพทย์หญิง ปิยนันท์ โฆษิดาพันธุ์
อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาวิทยาการพัฒนาเด็กและครอบครัว
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
e-mail: piyanun.kos@mahidol.ac.th
เนื้อหาในหลักสูตร
Module 1: AI เปลี่ยนสุขภาพเราอย่างไร: จากเครื่องมือสู่ “ผู้ช่วยชีวิตประจำวัน”
- ความหมายและหลักการพื้นฐานของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)
- การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและระบบสุขภาพภายหลังการเข้ามาของ AI ในฐานะ “ปัญญาส่งเสริม” (Augmented Intelligence) ที่ช่วยขยายศักยภาพของมนุษย์ มากกว่าการทดแทนบุคลากร
- ผลกระทบในมิติอื่น ๆ ต่อบุคคล ครอบครัว และระบบบริการสุขภาพ
- แนวโน้มและระดับการใช้งาน AI ในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตในปัจจุบัน
Module 2: คำตอบจาก AI มาจากไหน…
- Tokenization คืออะไร?
- แหล่งที่มาของข้อมูลและกลไกการทำงานของ AI
- การพยากรณ์เชิงสถิติผ่านกระบวนการ คาดเดาคำถัดไป (Next-token prediction) ซึ่งเป็นการเลียนแบบรูปแบบภาษา โดยไม่ได้มีความเข้าใจเชิงความหมายอย่างแท้จริง
- ลักษณะของข้อมูลที่ได้จาก AI: ประโยชน์และข้อจำกัด
- การสร้างคำตอบจากการคาดการณ์เชิงสถิติ อาจนำไปสู่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
- ปรากฏการณ์ “ข้อมูลหลอน” (AI hallucination) ซึ่งเป็นการให้คำอธิบายที่ดูน่าเชื่อถือแต่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
- ความเสี่ยงของ “ทักษะถดถอย” (Deskilling) จากการพึ่งพา AI มากเกินไป
- แนวทางพื้นฐานในการป้องกันความเสี่ยงจากการใช้ AI
Module 3: คุยกับ AI ให้ได้เรื่องและไม่หลอน
- การสื่อสารกับปัญญาประดิษฐ์ และทักษะวิศวกรรมคำสั่ง (prompt engineering)
- หลักการพื้นฐานในการใช้ AI: แนวคิด “มนุษย์อยู่ในวงจรการตัดสินใจ” (Human-in-the-loop) เพื่อคงบทบาทความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน
- แนวคิด “ไม่วางใจเป็นฐาน” (Zero trust mindset) โดยเน้นการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือก่อนนำไปใช้
- เทคนิคการใช้งาน AI เพื่อเพิ่มคุณภาพของคำตอบ
- การออกแบบคำสั่ง (Prompt engineering) ผ่านองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ บทบาท (Role), บริบท (Context), ภารกิจ (Task), ข้อจำกัด (Constraints) และรูปแบบผลลัพธ์ (Format)
- การใช้แนวคิด การให้เหตุผลเป็นลำดับขั้น (Chain-of-thought) เพื่อช่วยตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ
- หลักการ “ข้อมูลนำเข้าที่ด้อยคุณภาพ ย่อมนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ด้อยคุณภาพ” (Garbage in, Garbage out)
Module 4: การใช้ AI กับสุขภาพกาย
- ภาพรวมของเครื่องมือ AI ด้านสุขภาพกายในประเทศไทย
- การใช้ AI เพื่อการคัดกรองอาการเบื้องต้น และข้อจำกัดของการประเมินเชิงสถิติ
- การจัดระดับความเสี่ยง (Triage system: เขียว–เหลือง–แดง) สำหรับการใช้ AI
- แนวทางการประเมินความปลอดภัย (Safety protocol) ก่อนนำข้อมูลไปใช้ประกอบการปรึกษาแพทย์
Module 5: การใช้ AI กับสุขภาพจิต
- บทบาทของ AI ในสุขภาพจิตในปัจจุบัน
- รูปแบบการใช้งานและระดับการเข้าถึงของผู้ใช้
- ข้อดีและข้อจำกัดของ AI ในบริบทสุขภาพจิต
- ผลกระทบของ AI ต่อพฤติกรรมและสภาวะทางจิตใจ
- แนวทางการใช้ AI ด้านสุขภาพจิตอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
Module 6: ใช้ AI อย่างไร ให้ปลอดภัย และมีจริยธรรมการใช้ทีดี
- กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ AI
- แนวทางการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย
- ความเข้าใจเกี่ยวกับ ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (Protected Health Information: PHI)
- ข้อพึงระวัง: ไม่ควรนำข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้เข้าสู่ระบบ AI สาธารณะ
- หลักจริยธรรมในการใช้ AI ในบริบทสุขภาพ
Course Number
MOOC-MUAI03-
Classes Start
-
Classes End